# บทที่ 8 : RONALDO
เฟอร์กี้ค่อนข้างชื่นชมโรนัลโด้มาก ถึงกับใช้คำว่าเป็นดั่งของขวัญในการเป็นผู้จัดการทีมของเขาเลยทีเดียว เขาพูดถึงความเก่ง ความอัจฉริยะ และ พรสวรรค์ที่โรนัลโด้มีเฟอร์กี้เริ่มต้นด้วยการเล่าถึงการปล่อยตัวโรนัลโด้ไปรีลมาดริด เขาบอกว่าไม่สามารถปล่อยตัวโรนัลโด้ไปได้เพราะคำพูดของคัลเดรอน ปธ.สโมสรคนก่อนของรีลมาดริด ที่บอกว่ายังไงโรนัลโด้ก็ต้องใส่ชุดขาวเข้าสักวัน เฟอร์กี้จะไม่ยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น ตราบใดที่คัลเดรอนยังมีบบาทกับสโมสรอยู่
เขาเดินทางไปหาคาลอส กีรอซ ผู้ช่วยฯชาวโปรตุเกสที่บ้านของเขาในโปรตุเกส และตามตัวโรนัลโด้มาเพื่อบอกว่า หากเขาปล่อยโรนัลโด้ไปตอนนี้ เขาจะไม่เหลืออะไรเลย ทั้งศักดิ์ศรีและความนับถือ เขาบอกกับโรนัลโด้ว่า หากมีใครมาขอซื้อนายด้วยค่าตัวสถิติโลก เราถึงจะปล่อยนายไป โรนัลโด้เชื่อคำพูดของ เฟอร์กี้และอยู่กับสโมสรต่อ จนพวกเขาคว้าชปล. โรนัลโด้ก็ไปรีล มาดริดด้วยค่าตัวสถิติโลก
เฟอร์กี้เล่าย้อนไปตอนที่ได้ยินชื่อ "โรนัลโด้" ครั้งแรกในปี 2002 จากปาก คาลอส คาลอสแนะนำเขาว่า ที่สปอร์ตติ้งตอนนี้มีเด็กเจ๋งๆอยู่คนนึงน่าสนใจมาก เฟอร์กี้เลยส่งคนไปดู จิม ไรอันกลับมาบอกเฟอร์กี้ว่า "เด็กนั่นน่าเล่นเป็นปีกนะ แต่ตอนนี้หมอนี่เล่นหน้าต่ำอยู่ตอนนี้ อย่ารอนานนักเลย ขืนรอจนหมอนี่ 17 ได้มีคนซิวไปก่อนแน่"
เฟอร์กี้เดินทางไปโปรตุเกสเพื่อคุยกับสโมสรทันที แต่ในตอนนั้น สปอร์ตติ้งบอกว่าอยากเก็บโรนัลโด้ไว้สัก 2-3 ปีก่อน หลังจากนั้น คาลอสก็ออกจากทีมไปทำงานผู้ช่วยที่รีล มาดริด เฟอร์กี้กลับไปเยือนสปอร์ตติ้งอีกครั้งในหน้าร้อน แต่คราวนี้เขาพาทั้งทีมไปด้วย เพื่อเตะกระชับมิตรในสเตเดียมใหม่ของสโมสร หลายคนบอกว่า การตัดสินใจนั้นเกิดจากแกรี่ เนวิล แต่ไม่เลย มันเกิดจาก จอห์นโอเชีย
วันนั้นจอห์นเล่น แบ็กขวา และครั้งแรกที่เขาปล่อยให้คริสผ่านบอลได้ต่อหน้าต่อตา ทำให้เฟอร์กี้ถึงขั้นตะโกนออกไปว่า "ให้ตายห่าเถอะวะจอห์น บีบหมอนั่นหน่อยโว้ย!" เฟอร์กี้เห็นโอเชียยักไหลให้ เขาบอกว่า เห็นวี่แววความเจ็บปวดและความสับสนอยู่บนใบหน้าของโอเชียร์ การระเบิดอารมณ์แบบนั้นทำให้ ผู้เล่นคนอื่นๆบนม้านั่งถึงกับตะโกนบอกเค้าว่า "โหดไปมั้ยบอส เขาก็แค่นักเตะคนนึงนึงนะ"
พอหมดพักครึ่ง เฟอร์กี้รีบไปบอกกับอัลเบิร์ต (คิทแมน) ให้ไปตามหาปีเตอร์ เคนย่อนให้ไปคุยกับเขาในห้องแต่งตัวทันที สิ่งที่เฟอร์กี้บอกกับ เคนย่อนคือ "เราจะไม่ออกจากสนามนี่ จนกว่าเราจะได้ลายเซนต์เด็กนั่น" เคนย่อนถามเขากลับว่า "ดีขนาดนั้นเลยเหรอ" เฟอร์กี้ตอบกลับไปว่า "จอห์น โอเชียร์พิสูจน์มันด้วยการทำให้ไมเกรนตรูขึ้น เพราะฉะนั้น ไปเอาตัวเด็กนั่นมาให้ได้"
เคนย่อนไปคุยกับสปอตติ้งแล้วกลับมาบอกเฟอร์กี้ว่า รีล มาดริดยื่นข้อเสนอมาก่อนแล้วที่ 8 ล้านปอนด์ เฟอร์กี้จึงบอกแคนย่อนไปว่า "งั้นบอกไปว่า เราให้ 9 ล้าน"
เฟอร์กี้เข้าไปพบกับโรนัลโด้ในห้องเล็กๆ ตอนนั้นเขาอยู่กับเอเยนต์ของเขา จอร์จ แมสเดส ทีมงานพยายามบอกเงื่อนไขและข้อเสนอที่ดีที่สุดแก่โรนัลโด้ พวกเขาเช่าเครื่องบินเจส่วนตัวมาเพื่อโรนัลโด้และครอบครัว มีบ้านไว้พร้อม และ ข้อเสนอที่ว่าเขาไม่จำเป็นต้องลงเล่นทุกสัปดาห์ก็ได้ แต่แน่นอนว่านายจะได้อยู่ทีมใหญ่ นายอายุ 17 แล้ว ไม่มีอะไรต้องกังวล และ สโมสรสปอตติ้งสามารถซื้อตัวคืนได้
(ก่อนที่แมนฯยูจะขายโรนัลโด้ให้รีล มาดริด พวกเขาแจ้งไปยังสปอร์ตติ้งถึงเงื่อนไขนี้ ว่าพวกเขามีสิทธิซื้อโรนัลโด้คืนได้ ถ้ามีเงิน 80 ล้าน และ ไม่น่าแปลกใจนัก ที่ไม่มีสัญญาณใดๆตอบกลับมา)
เฟอร์กี้บอกว่า ขากลับจากอเมริกา (หลังจากเตะกับสปอตติ้งพวกเขาก็ไปอเมริกาต่อ) พวกนักเตะคนอื่นๆอย่าง ริโอ,กิ๊กส์,แกรี่,สโคล พากันมาพูดกรอกหูเขาตลอดางว่า "เซ็นสัญญาักับเด็กนั่นซะ เซ็นสัญญาักับเด็กนั่นซะ"
โรนัลโด้มาถึงสนามซ้อมของแมนฯยู เพียงเพื่อพบว่า ทุกๆคนในทีมรูุ้ทุกอย่างเกี่ยวกับเขาหมดแล้ว และ ชื่นชมเขาอย่างมาก
เฟอร์กี้บอกว่า นัดเปิดตัวของโรนัลโด้คือตอนที่เขาต่อบอลอย่างสวยงามในช็อตต่อเนื่องให้รุด,สโคล และ เป็นประตูโดย ไรอัน กิ๊กส์ เฟอร์กี้บอกว่า ตอนนั้นเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม และเป็นการตอบรับที่ยิ่งใหญ่จากแฟนบอลที่โรนัลโด้ได้รับเป็นครั้งแรก เขาบอกว่า การตอบรับที่สุดยอดแบบนี้ ถัดจากคันโตน่า ก็คือ โรนัลโด้ นี่เอง
เฟอร์กี้ยังพูดถึง ดราม่าีที่เกิดขึ้นภายในทีมระหว่าง รูนีย์และโรนัลโด้ กับ วิ้งค์เจ้าปัญหาด้วย เฟอร์กี้บอกว่า วิ้งค์นั่นทำให้เกิดปัญหา และผู้คนเข้าใจเกี่ยวกับโรนัลโด้ผิดไปหมด เขาค่อนข้างเชื่อมั่นในตัวโรนัลโด้ โรนัลโด้บอกว่า การที่เขาขยิบตา ไม่ได้เกี่ยวกับการที่เพราะรูนีย์โดนไล่ออกจากสนามเลย โรนัลโด้บอกกับเฟอร์กี้เช่นนั้น ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจำให้รูนีย์เจอไล่ออก และ เฟอร์กี้ก็เชื่อ
เฟอร์กี้บอกว่า ในมุมมองของเขา โรนัลโด้ทำทุกวิถีทางเพื่อชัยชนะ และนั่นคือ บอลโลก เขาอยู่ที่นั่นในฐานะนักเตะทีมชาติ ไม่ใช่นักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เฟอร์กี้บอกว่า หลังจากเกิดเรื่องนั้น โรนัลโด้โทษตัวเองอยู่นานมาก เขาไม่อยากพบหน้าใคร เพราะถูกโจมตีจากทั้งแฟนบอล และ สื่อ เขาบอกเฟอร์กี้ว่า เขาคงกลับไปแมนฯยูอีกไม่ได้แล้ว เขาทำพัง และความเื้อื้อเฟื้อของรูนีย์ในตอนนั้น ช่วยโรนัลโด้ไว้ได้มากทีเดียว รูนีย์พยายามติดต่อโรนัลโด้เพื่อบอกว่าไม่เป็นไร เฟอร์กี้เลยบอกกับโรนัลโด้ว่า "แกเป็น 1 ในนักเตะที่กล้าหาญที่สุดที่เคยมาอยู่กับสโมสร แต่การจะหนีแบบนี้ นั่นไม่ได้เรียกว่ากล้าหาญเลย" **********************************************

No comments:
Post a Comment